มีความเข้าใจมาช้านานแล้วว่าในบริเวณที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน เคยมีชื่อเรียกว่า “สุวรรณภูมิ” ตามความเข้าใจของชาวอินเดียที่เดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายแถบนี้ แต่ปัญหาที่มักเป็นคำถามอยู่เสมอในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยก็คือ ดินแดนสุวรรณภูมิเป็นของชนชาติใด ชนชาติไทยมาจากไหน มาจากตอนใต้ของจีนหรือมีพัฒนาการมาจากดินแดนในประเทศไทยในปัจจุบัน ปัญหาเหล่านี้มักจะเป็นข้อสงสัยในประวัติศาสตร์ไทยอยู่ตลอดเวลา 

        ในการศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์นั้น ในปัจจุบันนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีได้แบ่งช่วงสมัยของประวัติศาสตร์ออกอย่างกว้าง ๆ เป็น 2 สมัย โดยยึดถือหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรเป็นสำคัญ คือ สมัยก่อนประวัติศาสตร์คือช่วงระยะเวลาตั้งแต่มนุษย์ถือกำเนิดขึ้นมาและดำรงชีพ 

        ตามธรรมชาติเช่นเดียวกับสัตว์โลกอื่นๆต่อมามนุษย์บางกลุ่มสามารถปรับชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นโดยการนำเอาทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ไฟ น้ำ หิน โลหะ ไม้ เป็นต้น มาใช้ประโยชน์ สร้างสมความเจริญและถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง จนสามารถพัฒนาเป็นสังคมเมือง การเรียนรู้เรื่องราวในยุคนี้ได้จากหลักฐานทางโบราณคดี เช่น โครงกระดูก เครื่องมือเครื่องใช้ และภาพศิลปะถ้ำต่าง ๆ สมัยประวัติศาสตร์ หมายถึง สมัยที่มีการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้บันทึกบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ทำให้การศึกษาประวัติศาสตร์ในช่วงยุคสมัยนี้ชัดเจนมากขึ้นโดยอาศัยหลักฐานทางโบราณคดีสนับสนุน ช่วงสมัยนี้สามารถแบ่งย่อยได้ เช่น การตั้งเมืองหลวง การเปลี่ยนราชวงศ์ เป็นต้น 

แนวคิดที่ 1 เชื่อว่าชนชาติไทยอยู่บริเวณเทือกเขาอัลไต

ดร.วิลเลียม คลิฟตัน ดอดด์ (Dr.william Clifton Dodd) มิชชันนารี ชาวอเมริกันได้เข้ามายัง เมืองไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 แล้วได้เดินทางไปยังประเทศจีน หมอสอนศาสนาชาวอเมริกัน ได้นำความเชื่อนี้ไป เขียนหนังสือชื่อว่า The Thai Race-The Elder Brother of the Chinese ต่อมา หลวงแพทย์นิติสรรค์ได้ แปลเป็นไทยให้ชื่อว่า “ชนชาติไทย” เชื่อกันว่า พวกมุง เป็นบรรพบุรุษของไทยมีเชื้อสายมองโกล เป็นชาติ ที่เก่าแก่กว่าชาวฮิบรู และจีน เป็นเจ้าของถิ่นเดิมของจีนมาก่อน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นบรรพบุรุษของคนไทยได้ อพยพโยกย้ายถิ่นฐานมาจากถิ่นกำเนิดของตนในเอเชียกลางมายังชายแดนด้านตะวันตกของจีน ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) ได้แสดงความคิดเห็นไว้ในหนังสือ หลักไทย เชื่อว่า แหล่งกำเนิดของชนชาติไทยอยู่บริเวณเทือกเขาอัลไตของเอเชียกลาง ได้อพยพลงมาตั้งอาณาจักรนครลุง เป็น ครั้งแรกต่อมาถูกพวกมองโกลยึดครอง จึงอพยพมาอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนตั้งอาณาจักร ชื่อว่า “ปา” คนไทยเรียกว่า อ้ายลาว หรือ มุง ต่อมานครปาเสียแกํจีนจึงมาตั้งนครเงี้ยวที่ลุ่มแม่น้ำแยงซี และแม่น้ำเหลือง ถูกจีนรุกรานหลายครั้ง ในที่สุดชนชาติไทยได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานในดินแดนสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของพวกมองโกลด้วยกัน

จากหลักฐานตัวอย่างที่กล่าวมา แสดงให้เห็นว่ายังมีหลักฐานหรือข้อมูลไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนหรือ ยอมรับแนวคิดนี้ ในปัจจุบันความรู้ทางวิชาการได้มีความก้าวหน้ามากกว่าเดิมมีการค้นพบหลักฐานใหม่ๆ จน ทำให้แนวคิดดังกล่าว ไม่เป็นที่ยอมรับของนักประวัติศาสตร์ ดังเช่น

1. จากข้อมูลใหม่พบว่าถิ่นกำเนิดของมนุษย์ตามหลักฐานในปัจจุบันอยู่ที่ทวีปแอฟริกาและมีอายุประมาณ 4 ล้านปีมาแล้วมิได้อยู่ในทวีปเอเชีย

2. การขุดค้นหลักฐานทางโบราณคดีบริเวณเทือกเขาอัลไต พบว่าไม่มีหลักฐานที่เกี่ยวข้อง กับคนไทยแต่อย่างใด

3. ถิ่นกำเนิดของคนจีน นักโบราณคดีจีนเชื่อว่าอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำฮวงโหหรือแม่น้ำเหลือง มิได้อยู่บริเวณเทือกเขาอัลไต ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการใช้ความรู้ที่ก้าวหน้าและน่าเชื่อถือมากกว่าในปัจจุบันทำให้สามารถสรุปได้ว่า บริเวณเทือกเขาอัลไตไม่ใช่ถิ่นเดิมของชนชาติไทย

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 20180126172950_1.jpg
แผนที่แสดงแนวคิดถิ่นกำเนิดของชนชาติไทยอยู่ในบริเวณตอนกลางของจีน

แนวคิดที่ 2 เชื่อว่าชนชาติไทยอยู่บริเวณตอนกลางของจีน

แตเรียง เดอ ลา คูเปอรี ศาสตราจารย์ชาวฝรั่งเศส เจ้าของแนวความคิดที่เชื่อว่าความเป็น มาของคนไทยอยู่บริเวณมณฑลเสฉวนของจีน ได้แสดงความเห็นไว้ว่า คนเชื้อชาติไทยตั้งถิ่นฐานเป็น อาณาจักรอยู่ในดินแดนจีนมาก่อน เมื่อประมาณ 2,208 ปีก่อนคริสตกาล ชนชาติ ” ไท” ได้ถูกระบุไว๎ใน รายงานสำรวจภูมิประเทศจีนในสมัยพระเจ้ายู้ จีนเรียกชนชาติไทยว่า มุง หรือ ต้ามุง ถิ่นที่อยู่ของคนไทย ซึ่งปรากฏในจดหมายเหตุจีนนี้อยู่ในเขตที่เป็นมณฑลเสฉวนปัจจุบัน ได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับชนชาติไทย โดยอาศัยหลักฐานบันทึกของจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเสนอความเห็นไว้ว่า ชนชาติไทย แต่เดิมตั้งบ้านเรือนอยู่ระหว่างประเทศทิเบตกับจีน ( มณฑลเสฉวนปัจจุบัน ) ประมาณปี พ.ศ.500 ถูกจีนรุนราน จึงอพยพ ถอยร่นมาทางตอนใต้ของจีน และแยกย้ายเข้าไปทางทิศตะวันตกของ ยูนนานได้แก่ บริเวณเงี้ยว ฉาน ล้านนา ล้านช้าง สิบสองจุไทย ล้านนา ล้านช้างอยู่ทางตอนกลางของยูนนาน ได้ทรงแสดงแนวทรรศนะ ไว๎ในพระนิพนธ์ ชื่อ “แสดงบรรยายพงศาวดารสยามและลักษณะการ ปกครองประเทศสยามแต่โบราณ” ต่อมาจึงได้อพยพมา สู่ดินแดนสุวรรณ ภูมิในปัจจุบัน

หลวงวิจิตรวาทการ ได้กล่าวถึงถิ่นกำเนิดของคนไทยไว้ว่า คนไทยมีถิ่นกำเนิดอยู่ในดินแดน ซึ่งเป็นมณฑลเสฉวน ฮูเป อันฮุย และเกียงซี ตอนกลางของประเทศจีน ปัจจุบัน ก่อนที่จีนจะอพยพเข้ามา แล้วค่อยๆ อพยพสู่มณฑลยูนนาน และแหลมอินโดจีน ได้เรียบเรียงหนังสือ ชื่อว่า “งานค้นคว้าเรื่องชนชาติไทย”

สมมติฐานนี้ได้รับการคัดค้านเมื่อมีการศึกษาค้นคว้าทางด้านชาติพันธุ์วิทยาและภาษาศาสตร์ จากหลักฐานหลายอย่างจนทำให้แนวคิดดังกล่าว ไม่เป็นที่ยอมรับของนักประวัติศาสตร์ ดังเช่น

1. จากจดหมายเหตุจีน พบว่ากลุ่มคนที่พูดภาษาไทยเป็นพวกที่ประกอบการกสิกรรมเพาะปลูก พืชเมืองร้อน เช่น ปลูกข้าวเจ้าเป็นหลัก โดยให้เหตุผลว่าถิ่นเดิมของคนที่พูดภาษาไทยน่าจะอยู่ในเขตร้อนชุ่มชื้นมากกว่า เขตที่มีอากาศหนาวเย็น

2. หลักฐานข้อมูลของจีน พบว่าไม่เคยมีคนที่พูดภาษาไทยอยู่ทางตอนเหนือของประเทศจีนมา ก่อน ไม่มีแม้แต่การอพยพผู้คนทั้งชนชาติเพื่อหนีการครอบงำของชนชาติจีน และยังได้พบอีกว่า ภาษาของคนส่วนใหญ่ของอาณาจักรน่านเจ้าไม่ใช้ภาษาไทยตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีและ วัฒนธรรมของคนน่านเจ้าส่วนมากก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับพวกกลุ่มคนไทย

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 20180126172950_0.gif

แนวคิดที่ 3 เชื่อว่าชนชาติไทยอยู่ บริเวณทางตอนใต้ของจีน

ชนชาติไทยมีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตอนใต้ของจีนและ ที่ราบลุ่มบริเวณแม่น้ำฮวงโหกับ แม่น้ำแยงซีเกียง ซึ่งถือว่าเป็นสมมติฐานว่าด้วยถิ่นกำาเนิดของชนชาติไทยที่เก่าแก่ที่สุด โดยศึกษา ค้นคว้าจากหลักฐานข้อมูล ทางภาษาศาสตร์และประวัติศาสตร์ พบว่าในบริเวณนี้เป็นอู่อารยธรรมของจีนมานาน และมีกลุ่มคนที่พูด ภาษาไทย ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณดังกล่าวก่อนที่จะอพยพเข้ามาอยู่ที่น้านเจ้า

อาร์ชิบัลด์ รอสส์ คอลูน : Archibald Ross Colquhoun นักสำรวจชาวอังกฤษเดินทางสำรวจโดย เริ่มจากกวางตุ้งของจีนถึงเมืองมัณฑะเลย์ ในประเทศพม่าและรัฐอัสสัมในประเทศอินเดีย พบกลุ่มชนชาติไทย อาศัยอยู่บริเวณตอนใต้ของจีน มีภาษาพูดและความเป็นอยู่คล้ายคลึงกันในบริเวณที่ได้เดินทางสำรวจ พบกลุ่ม ชนชาติไทยอาศัยอยู่บริเวณตอนใต้ของจีน ได้เสนอแนวคิดในบทความเรื่อง “Across Chryse”

อี.เอช.ปาร์เกอร์ : E.H.Parker เป็นชาวอังกฤษเคยเป็นกงสุลอังกฤษประจำเกาะไหหล่ำ ในพุทธศตวรรษที่ 13 กล่าวว่าชนชาติไทยได้ตั้งอาณาจักรน้านเจ้าที่มณฑลยูนนาน  ต่อมาลูกจีนรุกราน ถอยร่นลงมาทางตอนใต้ของจีนได้เขียนบทความเรื่อง The old Thai Ampire ในปี พ.ศ. 2437 โดยใช้ตำนานของจีนตีความหลักฐานทางประวัติศาสตร์

เฟรเดอริค โมต : Ferderick Mote นักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกันผู้เชี่ยวชาญ ประวัติศาสตร์จีน ได้ศึกษาเอกสารสำคัญเกี่ยวกับสมัยน้านเจ้าโบราณพวกที่ปกครองน่านเจ้าคือพวกไป๋ และพวกยี๋ คนไทยที่น้านเจ้า เป็นชนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่ง แต่มิได้อยู่ในชนชั้นปกครองพวกที่ปกครองน่านเจ้าคือพวกไป๋ และพวกยี๋ ซึ่งมีถิ่น กำเนิดอยู่ในบริเวณตอนใต้ของจีนและเขตติดต่อกับประเทศเวียดนาม

จิตร ภูมิศักดิ์ มีผลงานศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดของชนชาติไทย กล่าวว่าคนไทยอาศัยกระจัดกระจายบริเวณทางตอนใต้ของจีนและบริเวณ ภาคเหนือไทย ลาว เขมร พม่า และรัฐอัสสัมของอินเดียได้ เสนอแนวคิดไว้ใน งานเขียนชื่อ 1. ความเป็นมาของคำาสยามไทย ลาว และขอม 2 .ลักษณะทางสังคมและยึดชนชั้น

ศาสตราจารย์ ขจร สุขพานิช นักประวัติศาสตร์ไทยที่สนใจศึกษา ค้นคว้าความเป็นมาของชนชาติไทย กล่าวว่าถิ่นกำเนิดของชนชาติไทยอยู่ บริเวณทางตอนใต้ของจีนแถบมณฑลกวางตุ้งและกวางสี ต่อมาได้อพยพลง มาทางตะวันตก ตั้งแต่ยูนนานและลงมาทางตอนใต้ผ่านเขตสิบสองจุไทยลงมา ที่ประเทศลาวได้เสนอแนวความคิดในเรื่อง “ ถิ่นกำเนิดและแนวอพยพ ของเผ่าไทย ”

แนวคิดนี้จากหลักฐานทั้งหลายที่กล่าวมา เมื่อทำาการวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลแล้วทำให้มีความเชื่อ ได้มากว่าถิ่นกำเนิดของคนไทยอยู่กระจัดกระจายทั่วไปในบริเวณทางตอนใต้ของจีนและทางตอนเหนือของ ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตลอดบริเวณรัฐอัสสัมของอินเดีย เพราะปัจจุบันยังมีผู้คนที่มีวัฒนธรรมและ ภาษาเป็นแบบไทยแผ่กระจายอยู่ ทั่วไป จึงเป็นแนวคิดที่นักวิชาการให้การยอมรับมากที่สุดในปัจจุบันเนื่องจาก มีหลักฐานในสาขาวิชาการต่าง ๆ ทั้งทางด้านภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี มานุษยวิทยาและอื่น ๆ มาสนับสนุนเป็นจำนวนมาก

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 20180126172951_2.gif

แนวคิดที่ 4 เชื่อว่าชนชาติไทยอยู่บริเวณดินแดน 4 ประเทศไทยในปัจจุบัน

จากการขุดค้นทางโบราณคดีในระยะเวลา ๒๐ ปีที่ผ่านมา ได้พบแหล่งอารยธรรมสมัยก่อน ประวัติศาสตร์ ในประเทศไทยที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ที่บ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี และที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ได้มีการพิสูจน์กันว่า โครงกระดูก เครื่องใช้ เครื่องปั้นดินเผาเขียนลายสีมีอายุเก่าแก่ถึง 4,000 – 5,000 ปีมาแล้ว จึงเกิดปัญหาว่ามนุษย์ชาติใด เผ่าใดอาศัยอยู่แถบนั้น และมีความสัมพันธ์ เกี่ยวโยงกับชนชาติไทยในปัจจุบันนี้หรือไม่และอย่างใด ผลของการขุดค้นทางโบราณคดีดังกล่าว ทำให้เกิด แนวความคิดใหม่ว่าชนชาติไทยอาจมีถิ่นกำเนิดอยู่ในดินแดนแถบนี้มาก่อน โดยมิได้อพยพโยกย้ายมาจาก ที่ใดก็ได้

คอริช เวลส์ เป็นนักวิชาการตะวันตกคนแรกที่เสนอสมมติฐานว่า ถิ่นเดิมของชนชาติไทย อยู่บริเวณประเทศไทยปัจจุบัน โดยอาศัยหลักฐานจากกะโหลกศีรษะที่ขุดได้จากตำบลพงตึก จังหวัดกาญจนบุรีที่มีอายุราวต้นคริสต์ศตวรรษ ซึ่งเวลส์เห็นว่ามีลักษณะใกล้เคียงกับกะโหลกศีรษะ ของคนไทยปัจจุบัน

พอล เบเนดิกต์ (Paul Benedict) นักวิชาการชาวสหรัฐอเมริกา ชนชาติไทยน่าจะอยู่ใน ดินแดนประเทศไทยปัจจุบันในราว 4,000 – 3,000 ปีมาแล้ว จากนั้นมีพวกตระกูลมอญ เขมร อพยพ มาจากอินเดียเข้าสู่แหลมอินโดจีนได้ผลักดันให้คนไทยกระจัดกระจายไปหลายทาง โดยกลุ่มหนึ่ง อพยพไปทางตอนใต้ของจีนในปัจจุบัน ต่อมาถูกจีนผลักดันจึงถอยร่นลงไปอยู่ในเขตรัฐอัสสัม ฉาน ลาว ไทย ตังเกี๋ย ดังนั้นจึงมีกลุ่มชนที่พูดภาษาไทยกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ค้นคว้าโดยอาศัยหลักฐานทาง ภาษาศาสตร์ โดยเชื่อว่า ผู้คนที่อยู่บริเวณคาบสมุทรอินโดจีนย่อมมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน โดยยอม รับว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่ใหญ่ ภาษาหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ศาสตราจารย์นายแพทย์สุด แสงวิเชียร ผู้เชี่ยวชาญด้านกายวิภาคศาสตร์ ดินแดนประเทศไทย น่าจะเป็นที่อยู่ของบรรพบุรุษคนไทยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์หนังสือเรื่อง “ก่อนประวัติศาสตร์ของ ประเทศไทย” โดยศึกษาเปรียบเทียบโครงกระดูกของมนุษย์ยุคหินใหม่ จำนวน 37 โครงที่คณะสำรวจ ไทย – เดนมาร์ก ขุดพบบริเวณแม่น้ำแคว ในจังหวัดกาญจนบุรี ผลการศึกษาพบว่า โครงกระดูกมนุษย์ของ ยุคหินใหม่ มีลักษณะเหมือนโครงกระดูกของคนไทยในปัจจุบัน

ศาสตราจารย์ชิน อยู่ดี ผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดี ได้เสนอผลงานเรื่อง “สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ในประเทศไทย” พื้นที่ซึ่งเป็นดินแดนประเทศไทยในปัจจุบันมีร่องรอยของผู้คนอาศัยอยู่มาตั้งแต่ ยุคหินเก่า ยุคหินกลาง ยุคหินใหม่ ยุคโลหะและเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์ เนื่องจากแต่ละยุคได้แสดงความสืบเนื่องทาง วัฒนธรรมของคนไทยจนถึงปัจจุบัน เช่น ประเพณีการฝังศพ เครื่องใช้เกี่ยวกับการเกษตร คนไทยมีถิ่นกำเนิดอยู่ในบริเวณประเทศไทยในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังมีผู้เสนอความเห็นว่าคนไทยอยู่ บนแผ่นดินไทยตั้งแต่เริ่มแรกคือ นายสุจิตต์ วงษ์เทศ ในหนังสือ คนไทยอยู่ที่นี่ โดยใช้เหตุผลด้านการ พัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันเป็นหลักฐานสนับสนุน

แนวความคิดนี้มี นักวิชาการหลายท่านพยายามนำหลักฐานทางด้านโบราณคดี และเอกสาร มาพิสูจน์ให้เห็นจริงว่าคนไทยน่าจะ อยู่บริเวณนี้มาก่อน บางคนถือว่าบ้านเชียงก็เป็นคนไทย แต่ยังไม่มีผู้ใดเคยพิสูจน์ว่าวัฒนธรรมของมนุษย์ก่อน ประวัติศาสตร์ที่บ้านเชียงหรือแหล่งโบราณคดีในประเทศไทยเหมือนกับวัฒนธรรมของคนไทยในปัจจุบัน เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร จึงต้องหาหลักฐานเพื่อสนับสนุนแนวคิดให้ชัดเจนและน่าเชื่อถือได้มากกว่านี้

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 20180126172951_3.jpg
แผนที่แสดงแนวคิดถิ่นกำเนิดของชนชาติไทยอยู่ในประเทศไทย

แนวคิดที่ 5 เชื่อว่าชนชาติไทยอยู่บริเวณคาบสมุทรมลาย

แนวความคิดนี้เชื่อว่า คนไทยพร้อมกับพวกฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียอพยพจากเส้นศูนย์สูตร ขึ้นมาถึงประเทศไทย แล้วเลยต่อขึ้นไปถึงจีน แนวคิดนี้อ้างอิงหลักฐานทางการแพทย์เกี่ยวกลุ่มเลือด ของคนที่ อาศัยในแถบดินแดนคาบสมุทรมลายู

นายแพทย์สมศักดิ์ พันธุ์สมบุญ ได้ทำาวิจัยทางด้านพันธุศาสตร์เกี่ยวกับ หมู่เลือดลักษณะของจำนวน ยีน พบว่าหมู่เลือดของคนไทยคล้ายคลึงกับชาวเกาะชวาที่อยู่ทางใต้มากกว่าคนจีนซึ่งอยู่ทางเหนือ รวมทั้ง ลักษณะและจำนวนของยีนระหว่างคนไทยกับคนจีนก็ไม่เหมือนกันด้วย

ดร.ถาวร วัชราภัย ได้ทำวิจัยกลุ่มเลือดที่ทันสมัย สรุปได่ว่าไทยดำาและผู้มีลักษณะเลือดใกล๎เคียงกับ ชาวจีน แต่ไม่ใกล้เคียงกับชาวมาเลย์ แต่ชาวมาเลย์มีลักษณะเลือดใกล๎เคียงกับชาวเขมร ขากรรไกรและฟัน ก็ ได้ผลเช่นเดียวกัน

ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ได้ทำผลงานการวิจัยเรื่อง ฮีโมโกลบิน อี พบว่า ฮีโมโกลบิน อี มีมากใน ผู้คนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ไทย ลาว เขมร พม่า มอญ และอื่นๆ ส่วนคนจีนเกือบไม่มีอยู่เลย

ชนชาติไทยน่าจะมีถิ่นกำเนิดอยู่บริเวณคาบสมุทรอินโดจีน หรือคาบสมุทรมลายูและหมู่เกาะต่าง ๆ ใน อินโดนีเซีย แต่แนวคิดนี้ปัจจุบันยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า มีความเป็นไปได้มากน้อยแคํไหนและยังไม่เป็นที่ ยอมรับของนักวิชาการ ที่ค้นคว้าเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดของชนชาติไทย เพราะหลักฐานสนับสนุนน้อย และขัดแย้ง กับข้อเท็จจริงในบางเรื่อง เช่น การอพยพของผู้คน หลักการเคลื่อนย้ายทางวัฒนธรรม

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 20180126172952_4.jpg
แผนที่แสดงแนวคิดถิ่นกำเนิดของชนชาติไทยอยู่ในคาบสมุทรมลายูและหมู่เกาะอินโดนีเซีย

สรุป

จากการใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ จะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นว่า แนวคิดเกี่ยวกับความเป็นมาของ ชนชาติไทยบางแนวคิด เช่น แนวคิดถิ่นเดิมอยู่บริเวณเทือกเขาอัลไต เป็นเรื่องที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุน เพียงพอ ส่วนแนวคิดว่าถิ่นเดิมของคนไทยอยู่ในประเทศไทยปัจจุบัน และบริเวณคาบสมุทรมลายูก็ขัดแย้งกับ หลักฐานทางด้านจารึก ดังนั้น จึงมีแต่แนวคิดที่ว่าถิ่นเดิมคนไทยอยู่บริเวณตอนใต้ และตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เท่านั้นที่มีหลักฐานสนับสนุนมาก คือ หลักฐานจากจีนและทฤษฎีการอพยพ การเคลื่อนย้ายเมืองหลวง ตลอดจนการที่มีคนเผ่าไทยเป็นจำนวนมาก อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวในปัจจุบัน จึงอาจสรุปได้ว่า จากข้อมูล หลักฐานเทำที่มีอยู่ในปัจจุบัน แนวคิดที่ว่าถิ่นเดิมคนไทยอยู่บริเวณตอนใต้ และตะวันออกเฉียงใต้ของจีน มีความเป็นไปได้หรือมีโอกาสเป็นจริงมากกว่าแนวคิดอื่น

Leave a comment